ดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก สัญญาณเตือนและวิธีเอาตัวรอด


สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน ดินโคลนถล่ม คือการที่ดินและหินบนลาดเขาเลื่อนไหลลงมาเมื่อดินอุ้มน้ำจนอิ่มตัว มักเกิดตามหลังน้ำป่าไหลหลากช่วงฝนตกหนักต่อเนื่อง กรมทรัพยากรธรณีให้เฝ้าระวังเมื่อฝนตกเกิน 100 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง หรือฝนสะสมเกิน 300 มิลลิเมตร ถ้าระดับน้ำในห้วยขึ้นเร็ว น้ำเปลี่ยนเป็นสีดินหรือมีเศษไม้ลอยมา หรือได้ยินเสียงดังอื้ออึงจากภูเขา ให้ออกห่างลำห้วยไปที่ปลอดภัยทันที อย่ารอให้เห็นดินไหลลงมาก่อน
ประเทศไทยมีพื้นที่เสี่ยงดินถล่มกระจายอยู่ใน 54 จังหวัด ภัยนี้มาเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน Ready.gov ระบุว่าผู้เสียชีวิตจากดินถล่มจำนวนมากเกิดขึ้นขณะนอนหลับ คนที่อยู่ใกล้ภูเขาและลำห้วยจึงต้องรู้สัญญาณเตือนและวางแผนหนีไว้ล่วงหน้า บทความนี้เรียบเรียงจากกรมทรัพยากรธรณี กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และคู่มือของ Ready.gov
ดินโคลนถล่ม คืออะไร
กรมทรัพยากรธรณีอธิบายว่า ดินถล่มหรือโคลนถล่ม คือการเคลื่อนที่ของมวลดินและหินลงมาตามลาดเขาด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก โดยมีน้ำเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ มักเกิดตามหลังน้ำป่าไหลหลากในช่วงพายุฝนตกหนักต่อเนื่อง หรือหลังแผ่นดินไหว ลำดับการเกิดเป็นแบบนี้
- ฝนตกหนัก น้ำซึมลงดินอย่างรวดเร็วจนดินอุ้มน้ำอิ่มตัว แรงยึดเกาะระหว่างมวลดินลดลง
- ระดับน้ำใต้ผิวดินสูงขึ้น แรงต้านการเลื่อนไหลของดินลดลง
- น้ำใต้ดินไหลตามความชันของลาดเขา แล้วผุดออกมาตรงจุดที่ความชันเปลี่ยน จุดนั้นเป็นจุดแรกที่ดินเริ่มเลื่อน
- เมื่อดินเริ่มเลื่อนแล้ว จะเลื่อนต่อเนื่องขึ้นไปตามลาดเขา
น้ำป่าไหลหลาก ต่างจากน้ำท่วมฉับพลันอย่างไร
สามคำนี้มักมาในข่าวพร้อมกัน กรมอุตุนิยมวิทยาใช้คำว่าน้ำป่าไหลหลากกับน้ำท่วมฉับพลันในความหมายใกล้กัน ส่วนเอกสารของ ปภ. แยกตามสาเหตุและพื้นที่เสี่ยงไว้ดังนี้
| ภัย | เกิดจาก | พื้นที่เสี่ยง |
|---|---|---|
| น้ำป่าไหลหลาก | ฝนตกหนักบนภูเขาสูงต่อเนื่อง ดินและรากไม้ดูดซับน้ำไม่ไหว น้ำจึงไหลบ่าลงที่ราบต่ำอย่างรวดเร็ว | ที่ลาดเชิงเขา ที่ราบลุ่มใกล้ภูเขาสูงและป่าต้นน้ำ |
| น้ำท่วมฉับพลัน | ฝนตกหนักต่อเนื่องจนระบายน้ำไม่ทัน เขื่อนหรือฝายพัง หรือน้ำทะเลหนุนช่วงฝนตกหนัก | ชุมชนเมือง พื้นที่ชายฝั่งทะเล |
| ดินโคลนถล่ม | ดินบนลาดเขาอุ้มน้ำจนอิ่มตัว แล้วเลื่อนไหลลงมาพร้อมหินและต้นไม้ | ลาดเชิงเขา ที่ลุ่มติดภูเขาสูง หมู่บ้านใกล้ลำห้วย |
ดินโคลนถล่ม เกิดจากอะไร
กรมทรัพยากรธรณีระบุปัจจัยที่ทำให้เกิดดินถล่มไว้ 6 ข้อ
- พื้นที่เป็นหินแข็งเนื้อแน่นแต่ผุง่าย
- มีชั้นดินสะสมตัวหนาบนภูเขา
- ภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ลาดเชิงเขา หุบเขา และหน้าผา
- ป่าไม้ถูกทำลาย
- ฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน มากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อวัน
- ภัยธรรมชาติอื่น เช่น พายุ แผ่นดินไหว และไฟป่า
กรมอุตุนิยมวิทยาเสริมว่า ความรุนแรงของดินถล่มขึ้นกับ 4 อย่าง คือ ปริมาณฝนที่ตกบนภูเขา ความลาดชันของภูเขา ความสมบูรณ์ของป่าไม้ และลักษณะทางธรณีวิทยาของภูเขา
พื้นที่และช่วงเวลาเสี่ยง ดินโคลนถล่ม ในไทย
ข้อมูลสำรวจของกรมทรัพยากรธรณีที่เผยแพร่เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 พบพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม 54 จังหวัด 463 อำเภอ 1,984 ตำบล รวมประมาณ 135,666 ตารางกิโลเมตร ดูตำแหน่งได้จากแผนที่พื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มของกรมทรัพยากรธรณี
ช่วงที่มักเกิด ตามข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา
- ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงกรกฎาคมถึงสิงหาคม เมื่อพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่าน
- ภาคใต้ ช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างพฤศจิกายนถึงธันวาคม
หมู่บ้านที่เสี่ยงมักมีลักษณะแบบนี้ (กรมทรัพยากรธรณี)
- อยู่ติดภูเขาและใกล้ลำห้วย
- มีร่องรอยดินไหลหรือดินเลื่อนบนภูเขา
- มีรอยแยกของพื้นดินบนภูเขา
- อยู่บนเนินหน้าหุบเขา และเคยมีโคลนถล่มมาก่อน
- ถูกน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมบ่อย
- มีกองหิน เนินทรายปนโคลน และต้นไม้ ในห้วยใกล้หมู่บ้าน
- พื้นห้วยมีก้อนหินเล็กใหญ่ปนกันตลอดท้องน้ำ
สัญญาณเตือน ดินโคลนถล่ม และน้ำป่า
กรมทรัพยากรธรณี (ทธ.) เฝ้าระวังพื้นที่ที่ฝนตกหนักเกิน 100 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง หรือฝนสะสมเกิน 300 มิลลิเมตร (เกณฑ์ที่ใช้แจ้งเตือน 25 จังหวัด เมื่อ 26 ก.ย. 2569) ถ้าบ้านอยู่ในพื้นที่แบบนี้ ให้คอยดูสัญญาณต่อไปนี้
| สัญญาณ | ที่มา |
|---|---|
| ฝนตกหนักถึงหนักมาก เกิน 100 มิลลิเมตรต่อวัน | ทธ. |
| ระดับน้ำในห้วยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือน้ำท่วมหมู่บ้านและเพิ่มระดับเร็ว | ทธ. |
| น้ำในลำห้วยเปลี่ยนเป็นสีดินบนภูเขา ขุ่นข้น หรือมีเศษซากไม้ลอยมากับน้ำ | ทธ. |
| เสียงดังอื้ออึงผิดปกติจากภูเขาและลำห้วย เสียงต้นไม้หัก หรือหินก้อนใหญ่ตกลงมา | ทธ. · ปภ. |
| สัตว์ป่าแตกตื่น | ปภ. |
| น้ำในลำธารเพิ่มขึ้นหรือลดลงกะทันหัน | Ready.gov |
ส่วนสัญญาณที่ค่อย ๆ บอกว่าดินรอบบ้านกำลังเคลื่อน Ready.gov ให้สังเกตสิ่งเหล่านี้
- ประตูหรือหน้าต่างเริ่มฝืดหรือปิดไม่สนิท
- รอยแตกใหม่บนผนัง กระเบื้อง หรือฐานบ้าน และรอยแยกบนพื้นดินหรือถนนที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ
- รั้ว กำแพงกันดิน เสาไฟ หรือต้นไม้ เอียงหรือขยับ
- ดินโป่งนูนที่ตีนลาด หรือมีน้ำผุดจากพื้นในจุดที่ไม่เคยมี
เห็นสัญญาณข้อใดข้อหนึ่งในตาราง ให้เตรียมอพยพทันทีและทำตามคำเตือนของเจ้าหน้าที่ Ready.gov เตือนว่ากว่าจะแน่ใจว่าดินโคลนกำลังมา ก็อาจสายเกินกว่าจะหนีได้อย่างปลอดภัย
เตรียมตัวก่อนเกิดเหตุ
- ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยสม่ำเสมอ (สายด่วนกรมอุตุนิยมวิทยา 1182) ดูฝนที่กำลังตกได้ที่เรดาร์ฝน และฝนสะสม 24 ชั่วโมงบนแผนที่สถานการณ์สด
- จัดถุงยังชีพ 72 ชั่วโมงไว้ใกล้ประตู มีไฟฉาย วิทยุใช้ถ่าน น้ำดื่ม ยาประจำตัว และสำเนาเอกสารในถุงกันน้ำ
- วางเส้นทางหนีไปยังจุดปลอดภัยที่ทางการกำหนด ให้ห่างจากลำห้วยและที่ลุ่มต่ำ แล้วตกลงจุดนัดพบกับคนในบ้าน
- ช่วงฝนตกหนักต่อเนื่อง ให้คนในบ้านผลัดกันเฝ้าระวัง อย่าหลับพร้อมกันทั้งหมด และเตรียมไฟฉายหรืออุปกรณ์ส่องสว่างไว้ใกล้ตัว
- ขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยง และทรัพย์สินไปไว้ในที่ปลอดภัยตั้งแต่เนิ่น ๆ
- เห็นรอยแยกบนภูเขา ดินเลื่อน หรือสิ่งผิดปกติ แจ้งกรมทรัพยากรธรณี โทร 0 2621 9701-05 (หรือแบบฟอร์มรับแจ้งเหตุธรณีพิบัติภัย) หรือแจ้ง ปภ. 1784
ระหว่างเกิดเหตุ ต้องทำอย่างไร
- ออกจากพื้นที่ทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งเตือน หรือเมื่อเห็นสัญญาณ อย่ามัวเก็บของ ชีวิตสำคัญกว่าทรัพย์สิน
- ออกห่างจากลำห้วย ร่องน้ำ และที่ลุ่มต่ำ ไปยังที่ปลอดภัย
- ห้ามเดินหรือขับรถข้ามทางที่มีน้ำหรือโคลนไหลผ่าน และห้ามข้ามสะพานถ้าเห็นน้ำป่าหรือดินโคลนกำลังมา เพราะมันขยายตัวเร็วจนหนีไม่ทัน
- น้ำที่ไหลลึกเพียงประมาณ 15 เซนติเมตรก็ทำให้คนล้มได้ และลึกประมาณ 30 เซนติเมตรพัดรถยนต์ได้ (Ready.gov)
- ถ้าจำเป็นต้องผ่านแนวน้ำไหลเชี่ยวจริง ๆ ให้ใช้เชือกผูกตัวแล้วยึดกับต้นไม้หรือสิ่งปลูกสร้างที่มั่นคง (ปภ.)
- ถ้ายังมีเวลา ให้ตัดสะพานไฟและปิดแก๊สหุงต้มก่อนออกจากบ้าน
- ฟังประกาศจากวิทยุที่ใช้ถ่าน เพราะไฟฟ้าและสัญญาณมือถืออาจล่ม ดูความถี่วิทยุกู้ภัยไว้ก่อนได้
- ถ้าขับรถผ่านเส้นทางภูเขา อย่าขับเร็วและอย่าชิดไหล่ทาง สังเกตระดับน้ำ สีดินภูเขา และร่องรอยดินสไลด์ข้างทาง (ปภ.)
หลังเกิดเหตุ
- อย่ากลับเข้าไปในบริเวณที่ดินถล่ม เพราะดินอาจถล่มลงมาซ้ำ
- ระวังน้ำท่วมตามมา เพราะเกิดจากฝนชุดเดียวกัน
- ถ้ามีคนติดหรือบาดเจ็บ อย่าเข้าไปในแนวดินถล่มเอง ให้โทร 1669 หรือ 1784 แล้วบอกตำแหน่งให้เจ้าหน้าที่
- แจ้งสายไฟขาด ท่อแตก และถนนเสียหายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ให้ช่างหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจฐานรากบ้านและดินรอบบ้านก่อนกลับเข้าไปอยู่
- ส่งภาพและตำแหน่งสถานการณ์ในพื้นที่ให้คนอื่นรู้ได้ที่รายงานเหตุการณ์
เบอร์ที่ควรรู้
| เบอร์ | ใช้เมื่อไร |
|---|---|
| 1784 | ปภ. ขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดสาธารณภัย |
| 1669 | เจ็บป่วยฉุกเฉิน ต้องการรถพยาบาล |
| 191 | เหตุด่วนเหตุร้าย แจ้งตำรวจ |
| 199 | ดับเพลิงและกู้ภัย |
| 1182 | กรมอุตุนิยมวิทยา สอบถามสภาพอากาศและคำเตือน |
| 0 2621 9701-05 | กรมทรัพยากรธรณี แจ้งเหตุธรณีพิบัติภัย เช่น ดินถล่ม รอยแยกบนภูเขา |
ดูสายด่วนส่วนกลางและรายจังหวัดได้ที่ สายด่วนฉุกเฉิน 77 จังหวัด และอ่านเรื่องน้ำท่วมแบบอื่นได้ที่ อุทกภัย คืออะไร
ทักถาม E26BLC ได้ฟรีทาง Messenger หรือดูรายงานน้ำท่วมสดและเรดาร์ฝนก่อนออกเดินทาง
คำถามที่พบบ่อย
ดินโคลนถล่ม กับน้ำป่าไหลหลาก ต่างกันอย่างไร?
น้ำป่าไหลหลากคือน้ำจำนวนมากจากฝนบนภูเขาที่ไหลบ่าลงที่ต่ำอย่างรวดเร็ว ส่วนดินโคลนถล่มคือดินและหินบนลาดเขาที่อุ้มน้ำจนเลื่อนไหลลงมา กรมทรัพยากรธรณีระบุว่าดินถล่มมักเกิดตามหลังน้ำป่าไหลหลาก จึงต้องระวังทั้งสองอย่างพร้อมกัน
ฝนตกเท่าไรถึงต้องเริ่มระวัง?
กรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวังเมื่อฝนตกหนักเกิน 100 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง หรือฝนสะสมเกิน 300 มิลลิเมตร ถ้าบ้านอยู่บนลาดเขาหรือใกล้ลำห้วย ให้ติดตามประกาศอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมอพยพ
สัญญาณไหนที่ต้องอพยพทันที?
ระดับน้ำในห้วยขึ้นเร็ว น้ำเปลี่ยนเป็นสีดินหรือมีเศษไม้ลอยมา มีเสียงดังอื้ออึงจากภูเขา เสียงต้นไม้หักหรือหินตก หรือน้ำท่วมหมู่บ้านเพิ่มขึ้นเร็ว เห็นข้อใดข้อหนึ่งให้ออกห่างลำห้วยไปที่ปลอดภัยทันที
ขับรถผ่านถนนภูเขาช่วงฝนตกหนักต้องระวังอะไร?
ปภ. แนะนำไม่ขับเร็วและไม่ชิดไหล่ทาง สังเกตระดับน้ำ สีดินภูเขา และร่องรอยดินสไลด์ข้างทาง ถ้ามีน้ำหรือโคลนไหลข้ามถนน อย่าฝ่าไป ให้กลับรถหรือรอจนปลอดภัย
น้ำป่าลึกแค่ไหนถึงอันตราย?
Ready.gov ของสหรัฐฯ ระบุว่าน้ำที่ไหลลึกเพียงประมาณ 15 เซนติเมตรก็ทำให้คนล้มได้ และลึกประมาณ 30 เซนติเมตรพัดรถยนต์ได้ น้ำป่ายังพาหิน ต้นไม้ และโคลนมาด้วย จึงไม่ควรเดินหรือขับรถลุยเลย
ดูพื้นที่เสี่ยง ดินโคลนถล่ม ได้ที่ไหน?
ดูได้จากแผนที่พื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม และรายงานสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยประจำวันของกรมทรัพยากรธรณี หรือสอบถามเครือข่ายอาสาสมัครแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยในพื้นที่
สรุป
ดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลากมาเร็วและรุนแรง ช่วงที่ฝนตกหนักเกิน 100 มิลลิเมตรต่อวันหรือฝนสะสมเกิน 300 มิลลิเมตร คนที่อยู่ใกล้ภูเขาและลำห้วยต้องเฝ้าดูสัญญาณ น้ำขุ่นเป็นสีดิน ระดับน้ำขึ้นเร็ว และเสียงดังจากภูเขา เตรียมถุงยังชีพกับเส้นทางหนีไว้ล่วงหน้า เห็นสัญญาณแล้วให้ออกห่างลำห้วยไปที่ปลอดภัยทันที และอย่ากลับเข้าไปในจุดที่ดินเพิ่งถล่ม ดูรายงานสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยประจำวันของกรมทรัพยากรธรณีได้ทุกวัน
แหล่งอ้างอิง:
กรมทรัพยากรธรณี: ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก (ความรู้ทั่วไปด้านธรณีพิบัติภัย)
กรมทรัพยากรธรณี: แผนที่พื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม ประเทศไทย (ปรับปรุง 2563)
กรมทรัพยากรธรณี: รับแจ้งเหตุธรณีพิบัติภัย
กรมอุตุนิยมวิทยา: แผ่นดินถล่ม (Land Slides)
กรมอุตุนิยมวิทยา: อุทกภัย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย: เอกสารสาเหตุการเกิดอุทกภัย (PDF)
อินโฟเควสท์ (20 ต.ค. 2566): กรมป้องกันฯ แนะวิธีรับมือ น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่า ดินโคลนถล่ม
มติชน (26 ส.ค. 2567): กรมธรณีฯ สำรวจพบพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม 54 จังหวัด
ข่าวหุ้น (26 ก.ย. 2569): รัฐบาลเตือน 25 จังหวัดเสี่ยงแผ่นดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก
Ready.gov (FEMA สหรัฐฯ): Landslides and Debris Flow
Ready.gov (FEMA สหรัฐฯ): Floods
เรียบเรียงโดย E26BLC · ปรับปรุง 28 ก.ย. 2569 · ข้อมูลใช้ประกอบการเตรียมตัว ให้ยึดประกาศของหน่วยงานในพื้นที่เป็นหลัก
ทักมาถามได้ทุกเรื่อง ทั้งน้ำท่วม เส้นทางอพยพ และวิทยุสื่อสาร
บทความที่เกี่ยวข้อง
ความรู้ภัยพิบัติถุงน้ำแทนกระสอบทราย ไม่มีทรายก็ชะลอน้ำหน้าบ้านได้ ทำเองจากถุงขยะถุงน้ำแทนกระสอบทราย ทำเองจากถุงขยะใส่น้ำ ชะลอน้ำตื้นและคลื่นน้ำจากรถไม่ให้เข้าบ้าน พร้อมวิธีทำทีละขั้น แบบกล่องห่อผ้าใบ และข้อควรระวังอ่านต่อ
ความรู้ภัยพิบัติสัตว์มีพิษ ที่มากับน้ำท่วม งู ตะขาบ แมงป่อง ป้องกันและปฐมพยาบาลอย่างไรสัตว์มีพิษ ที่มากับน้ำท่วม งู ตะขาบ แมงป่อง ป้องกันอย่างไร และปฐมพยาบาลที่ถูกต้องเมื่อถูกกัด จากกรมควบคุมโรคและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พร้อมเบอร์ฉุกเฉินอ่านต่อ 
ความรู้ภัยพิบัติวาตภัย คืออะไร ระดับพายุ ดีเปรสชัน โซนร้อน ไต้ฝุ่น และวิธีรับมือวาตภัย คืออะไร แปลว่าอะไร เกิดจากพายุแบบไหน ระดับพายุหมุนเขตร้อน ดีเปรสชัน โซนร้อน ไต้ฝุ่น ตามเกณฑ์กรมอุตุนิยมวิทยา และวิธีรับมือก่อน ระหว่าง หลังพายุอ่านต่อ 


